ศุกร์เสวนาครั้งที่ 14 : เรื่องรอมฎอนเดือนแห่งสันติ
โดยอาจารย์ โชคชัย วงษ์ตานี
จัดที่ สำนักงานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จ.ปัตตานี
วันที่ 13 เดือน สิงหาคม 2553
ผู้ดำเนินรายการ
ที่สำนักงานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพนี้ ทุกๆเดือนเราจะมีการจัดศุกร์เสวนา ในหนึ่งเดือนจะจัดสองครั้ง ซึ่งก็มีการนำประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ มาเป็นหัวข้อ สำหรับในเดือนนี้เป็นเดือนรอมฎอน เดือนแห่งสันติและสันติสุขทางคนทำงานก็เลยสนใจประเด็น รอมฎอนเดือนแห่งสันติ ซึ่งหลายคนก็พอจะรู้บ้างว่าเดือนรอมฎอนดียังไง ถ้าใครสนใจแลกเปลี่ยนตอนท้ายสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ เราเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนในตอนท้าย
วิทยากร
สลามน้องๆปัญญาชนที่ทำงานในภาคใต้ ผมชื่อ โชคชัย วงษ์ตานี ชื่อมุสลิมคือ อิบรอฮีม อาจารย์ก็เป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เหมือนกัน เคยเป็นรุ่นพี่ ตอนเข้าเรียนรหัส38 จบที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา ได้รับการติดต่อมาไม่กี่วันมานี้ ก็รู้สึกดีใจที่ได้รับเกียติมาเป็นวิทยากร ภูมิใจเมื่อได้มีคนเชิญเรามาเป็นวิทยากร และก็ถือว่าเป็นอามานะห์หนึ่งที่ได้มาเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยน
ด้วยสาขาที่สอนหนังสือเกี่ยวกับสันติศึกษากับอิสลามศึกษามันเนื้อเดียวกัน ไหม ในสัดส่วนที่เหมือนกันก็มีในอิสลามก็มีในหลักการสันติภาพสากลก็มี แต่หลักสันติภาพสากลก็ไม่ใช่หลักศาสนาอิสลามเสมอไป ผมไม่ขอใช้คำว่าวิทยากร แต่จะใช้คำว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หมายถึงตัวเองและผู้ฟังมาร่วมแลกเปลี่ยนกัน ผมอาจจะพูดไม่ถูกทั้งหมดก็ได้ เราก็แลกเปลี่ยนกันไป บางคนเรียนศาสนามากกว่าผมด้วยซ้ำไป แต่ผมไม่ได้พูดในมุมมองนักการศาสนา แต่ละคนคงจะรู้แล้วบ้างว่า อิสลามให้อะไรในเดือนรอมฎอน ถ้าพูดทางมุมมองศาสนาคงต้องมีหลักฐานมาอ้างอิง ผมจะพูดศาสตร์ด้านสันติหรือศาสตร์ทางสังคม เรามองรอมฎอนในแง่มุมใดบ้าง บางเรื่องเป็นเรื่องของฮิกมะห์ ผมก็ทำการบ้านมาพอสมควร ในทางสังคมศาสตร์อธิบายความเป็นรอมฎอนพอสมควร การอธิบายทางสังคมศาสตร์ทางสันติ หลักแรกคือ การเริ่มต้น ต้องเริ่มจากตัวเอง การเปลี่ยนแปลงโลกเริ่มมาจากตัวเอง การถือศิลอดเป็นการสร้างระเบียบให้กับตัวเอง ศีลอดในอิสลามเป็นการระงับการบริโภคเป็นหลัก จริงๆแล้วศีลอดไม่ได้เฉพาะการหยุดบริโภค แต่การลดสายตา อารมณ์ การพูด การควบคุมตัวเองทางเพศ การฝึกความอดทน ถ้าเราไม่ฝึกเราก็ไม่รู้ ถึงความอดทนนั้น ในทางการเมืองก็จะมีการหยุดบริโภคมีการอดอาหารในการประท้วง การหยุดบริโภคทำให้เราเข้าใจคนอื่น เข้าใจคนยากคนจน ตอนนี้สังคมเราคิดสองมาตรฐาน คนรวยปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง คนจนก็ถูกปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง จริงๆแล้วทางอิสลามคนรวยกับคนจนมีค่าเท่ากัน (more…)
ศุกร์เสวนาครั้งที่ 13: วิวาทะ:ความเป็นไปได้ของการรณรงค์ยกเลิกกฎหมายพิเศษ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เปิดประเด็นโดย คุณอรพิณ ยิ่งยงพัฒนา และ คุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์ กลุ่มกฎหมายภาคประชาชน (iLaw)
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 9.00-12.00น.
ณ สำนักงานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จ.ปัตตานี
จัดโดยคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ และกลุ่มกฎหมายภาคประชาชน
วิยากร ในรัฐธรรมนูญไทย ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิยกเลิกกฎหมายเก่าได้ แต่เราต้องหาอะไรใหม่ๆมาแทนที่ ถ้ากฎหมายเก่าขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมายเก่าก็ต้องยกเลิก แต่ต้องมีของใหม่มาแทน เราเคยคุยกันในกรุงเทพมหานครเพื่อหาทางยกเลิกกฎหมายสามฉบับในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ คือ พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก และ พระราชบัญญัติความมั่นคง เพราะเห็นว่า กฎหมายทั้งสามฉบับให้อำนาจมากในการควบคุมพื้นที่ ส่วนใหญ่เวลาพูดที่กรุงเทพมหานครหรือมีการจัดเวที จะออกทางเชิงวิชาการ ขัดกับรัฐธรรมนูญบ้าง ขัดกับสิทธิเสรีภาพบ้าง แต่ที่จริงแล้วคนสามจังหวัดนี่แหละที่โดนผลกระทบจากกฎหมายสามฉบับ ที่ได้รับปัญหาโดยตรงจากกฎหมายที่ใช้อยู่สามฉบับในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทาง ilaw ก็เลยเปิดพื้นที่รณรงค์ให้มีการยกเลิกกฎหมายความมั่นคงสามฉบับ โดยใช้วิธีการเขียนกฎหมายขึ้นมาใหม่ เขียนกฎหมายหนึ่งกฎหมายขึ้นมาใหม่ ตั้งชื่อว่า “ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายด้านความมั่นคงที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพตาม ระบอบประชาธิปไตย” กฎหมายนี้สั้นมาก มีสามมาตรา มาตราแรกจะพูดเหมือนกฎหมายฉบับอื่นๆ แต่เนื้อหามีมาตราเดียวที่พูดถึง คือ มาตราสามบอกว่าจะยกเลิกกฎหมายพิเศษ พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก พระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติ (more…)
ขอเชิญเข้าร่วมแลก เปลี่ยน ศุกร์เสวนา ครั้งที่ 11
หัวข้อ อภิสิทธิ์(ชน) ปัญญา (ชน) มวล (ชน) ! กับความขัดแย้ง
เปิดประเด็นโดย
บรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการการจัดการทรัพยากรชายฝั่งภาคใต้
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2553
เริ่มเปิดประเด็น เวลา 08.30 น. – 12.00 น.
ณ สำนักงานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ปัตตานี
สนใจเข้าร่วม ติดต่อ 073-331-254
e-mail : wgjp_pn@hotmail.com
มาร่วมแลกเปลี่ยนและพูดคุยเพื่อ สร้างสรรค์สังคม
เสวนาสาธารณะ เสวนาความคิด พื้นที่ของคนธรรมดา
ปรัชญา โต๊ะอิแต
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา
ท่ามกลางการไหลเทลงพื้นที่ของงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อดับไฟความรุนแรง ที่จังหวัดปลายด้ามขวาน หลายๆ ครั้งโครงการพัฒนาไม่ได้นำพาไปสู่ความสงบที่จริงแท้ แต่กลับทำให้เกิดรอยปริร้าวขึ้นในชุมชนจากความขัดแย้งของผู้นำในท้องถิ่นที่ รัฐใช้เป็นมือไม้ในการจัดการปัญหาในพื้นที่นั่นเอง
และนั่นคือประเด็นที่ถูกหยิบไปพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันกันในเวที “ศุกร์เสวนา” เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งใช้ชื่อหัวข้อว่า “ชุมชน มลายูท่ามกลางความรุนแรง” โดยมีนักพัฒนารุ่นใหม่ที่ทำงานเกาะติด พื้นที่มานานร่วมกันแลกเปลี่ยนและบอกเล่าประสบการณ์ที่ถูกมองข้ามและแทบไม่ เคยนำมาพูดถึงในเวทีสาธารณะ
เอกรินทร์ ต่วนศิริ นิสิตปริญญาโท
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดูเหมือนว่าการถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องตรวจระเบิด จีที 200 จะตกอยู่ใต้เงื้อมมือของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะในเสื้อคลุมนักวิชาการหรือเครื่องแบบทหาร ทั้งๆ ที่การถกเถียงทางสาธารณะเพื่อพิสูจน์เครื่องมือชนิดนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า เพราะส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างกว้างขวางจริงๆ
เมื่อการทดสอบถูกกระทำแบบปิดลับ โดยอ้างสัญญาที่กองทัพทำไว้กับบริษัทผู้ผลิต (ซึ่งไม่เคยเปิดเผยสัญญาว่าทำกันไว้อย่างไร เมื่อไหร่ แม้จะใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯแล้วก็ตาม)



